Dec 11
Share

สวัสดีครับ  มาพบกับบทความแรกกับประสบการณ์การเป็นโปรแกรมมั่วของผม ก็จะเริ่มจากโปรแกรมง่ายๆ ที่ไม่ได้จับอีกเลย นับตั้งแต่ได้เปลี่ยนรุ่นไป แต่เนื่องจากเขียนไว้นานแล้ว เลยต้องไปขุดออกมาจากบทความเก่าๆของตัวเองที่เคยเขียนเอาไว้(ประมาณ  2-3 ปีก่อนล่ะ ) อาจจะต้องปรับแต่งคำพูดไปบ้าง เพราะว่า ในบทความที่เขียนนั่น เขียนให้ตัวเองอ่าน อาจจะมีปัญหาในการสื่อสารให้คนอื่นๆได้เข้าใจ :P (-*-“) เลยขอเขียนใหม่อีกทีไปเลยจะดีกว่า ^___^

เอาล่ะ เกริ่นมานาน เปลืองน้ำลาย เริ่มกันเลยดีกว่า

ประสบการณ์แรก ที่จะนำเสนอ เป็นเรื่องของ Visual Basic ครับ ผมเองรู้จักกับมันก็ตอนที่เป็น VB 6.0 แล้ว(ขอเรียก Visual Basic สั้นๆว่า VB ละกันนะครับ)

นับตั้งแต่ VB ออกมา ด้วยการออกแบบและปรับแต่งส่วนประกอบต่างๆ ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายและเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานของ windows ได้อย่างสะดวกถึงใจจน ถึงปัจจุบันนี้( ปี 2552- 2009 BC) ซึ่งเป็น Visual Basic.Net แล้ว สามารถบอกได้เลยว่า Visual Basic เป็น Tool ที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ที่คนนิยมใช้กันแพร่หลายที่สุด อันหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะความง่ายตามที่กล่าวมาข้างต้น component ที่มีมาให้ค่อนข้างครบและใช้งานได้ง่าย แถมมีคนทำ custom component เพิ่มเติมอีกเลย ยิ่งสะดวกหนักเข้าไปใหญ่  ในบ้านเราก็ยังมีหนังสือแนะนำ และสอนการใช้งานกันเยอะอีกต่างหาก โปรแกรมที่ผมพัฒนามาแรกๆ ก็เขียนมาจาก Visual Basic (VB) นี่แหละ  ยิ่งไปกว่านั้น มันมีอยู่แล้วในโปรแกรม Microsoft Office ด้วยนะครับ แบบเป็น VB Macro หรือไงนี่แหละ เอากับมันเข้าสิ (ไม่ทราบว่า Office 2007 & Office 2010 จะมีกับเขาด้วยไหม ใครรู้ช่วยบอกที :P )

VB Form Windows

VB Form Windows

จากรูป นี่เป็นหน้าต่างทำงานของ Visual Basic 6.0 นะครับ เก่าไปหน่อย แต่ของใหม่ที่เป็น Dot Net ก็ไม่ต่างจากนี้มากนักหรอก

แต่ทว่า​ ​ใน​ความ​ง่ายของมัน​ ​ก็มียาขมแฝง​อยู่​นะ
อย่างแรกเลย ในบางครั้ง​ Component ​บางอัน​ ​มีวันหมดอายุ​ (มาได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันครับ -*-“) ​ตัวอย่าง​ ​เช่น​ Listview control ​ที่อยู่​ดีๆ​ ​ก็​ใช้​งาน​ไม่​ได้​เฉยๆ​ยัง​งั้นแหละ​ ​ทำ​ให้​ต้อง​เริ่มคิด​ใหม่​ว่า​ ​จะ​ทำ​ไงดี

อย่างที่สอง​ ​อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า​ ​เดี๋ยวนี้​เป็น​ Dot Net ​แล้ว​นะ​ ​มาพร้อม​กับ​ของ​ใหม่​นะ​ ​อืม​ ​ใช่​ ​ของ​ใหม่​ ​แต่ว่า​ ​ยี่ห้อ​ Microsoft เล็ก นิ่ม เนี่ย​ ​เวลาทำ​ของ​ใหม่​ออกมาที​ไร​ ของเก่ามัก จะ เข้า กับ ของ ใหม่ ไม่ ได้ เลยทุกทีสิ เอ้า​ -_- “​” ​นี่ก็​เหมือนเดิม​ ​พอ​เป็น​ Dot Net ​ปั๊บ​ ​เวลาทำ​โปรแกรม​ใหม่​ ​จะ​เอาของเก่ามา​ใช้​งาน​ ​ต้อง​มา​ convert ​ใหม่​อีกที​ ​ซึ่ง​โดย​ส่วน​ใหญ่​ ​ผลที่​ได้​คือ​ convert code ​ไม่​ผ่าน​ ​เลย​เป็น​จุดหักเหสำหรับผมเลยว่า​ มัน ไม่ น่า จะ ไหว แล้ว นะ สำ​หรับการศึกษา​ VB.Net ​เพราะ​ของ​ใหม่​ที่​ให้​มาก็​แสนยากเข็ญพอๆ​กัน​ ​แถมตัวเองก็กำ​ลังงมโข่ง​ ​หน้ามืดตาลาย​อยู่​ ​กับ​ Win 32 API ​ซึ่ง​ยากเอา​เรื่อง​อยู่​แล้ว​ ​สรุปก็คือ​ เลิกคบ กัน กับ dot net แต่​ยัง​แนะนำ​สำ​หรับใครที่รัก​ VB ​ให้​ลอง​ใช้​ Visual Studio VB Versions 6.0 ​ดูก่อน​ ​หากใคร​เป็น​แฟนพันธุ์​แท้​ VB ​ก็คงตามไป​ถึง​ Dot Net ​กัน​เอง​ได้​อยู่​แล้ว​ ​ส่วน​ผม​ ​ขอลาครับ
เนื่อง​จาก​ว่า​ ​ผมเองจะเน้น​ ​ภาษา​ C/C++ Win 32 API ​เป็น​หลัก​ ​แต่​เนื่อง​จาก​เคยทำ​โปรแกรม​กับ​ VB ​มา​ ​เพราะ​ฉะ​นั้น​ ​ผมอาจ​จะ​ต้อง​ตามหา​ ​เทคนิคบางประการที่ทำ​ให้​ C ​กับ​ VB ​ทำ​งาน​ได้​คล้ายๆ​กัน​หรือ​ว่า​ ​ย้ายชุดข้อมูลที่ทำ​ไว้​ใน​ VB ​มาหา​ C++ ​ได้​ ​ซึ่ง​ผมเองคิดว่า​ ​มันมี​อยู่​ ​แต่ผม​ยัง​ไป​ไม่​ถึง​มัน​ ​ก็คง​ต้อง​หา​กัน​ต่อไป

Stock Control By VB

Stock Control By VB

Accounting Control By VB

Accounting Control By VB

2 รูปข้างบนนี้ เป็นหน้าตาของโปรแกรมเก่าที่ว่านั่นเองครับ เป็นโปรแกรมสต๊อกอันนึง อีกอันนึงก็ทำบัญชี  -__-”

ในอนาคตข้างหน้า ผมอาจจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งกับ Dot Net บ้างก็ได้ ถ้ามันจะช่วยให้งานผมดีขึ้น (อาจจะนะ -_- ) เพราะทาง Microsoft เอง ได้ส่ง Dot Net เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ OS windows รุ่นใหม่ ไปแล้ว ซึ่งก็คือ Windows 7 นั่นเอง ทำให้จำเป็นต้องศึกษามันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (-*-“ ชอบนักเชียว เรื่องแบบนี้อ่ะ  555+ )

ไม่เป็นไร เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขอเพียงพื้นฐานดี อะไรๆก็คงไม่ยากจนเกินไปหรอกครับ ^___^ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเถอะครับ จบครับ.

Share

Leave a Reply