สวัสดีครับ มาพบกับบทความแรกกับประสบการณ์การเป็นโปรแกรมมั่วของผม ก็จะเริ่มจากโปรแกรมง่ายๆ ที่ไม่ได้จับอีกเลย นับตั้งแต่ได้เปลี่ยนรุ่นไป แต่เนื่องจากเขียนไว้นานแล้ว เลยต้องไปขุดออกมาจากบทความเก่าๆของตัวเองที่เคยเขียนเอาไว้(ประมาณ 2-3 ปีก่อนล่ะ ) อาจจะต้องปรับแต่งคำพูดไปบ้าง เพราะว่า ในบทความที่เขียนนั่น เขียนให้ตัวเองอ่าน อาจจะมีปัญหาในการสื่อสารให้คนอื่นๆได้เข้าใจ
(-*-“) เลยขอเขียนใหม่อีกทีไปเลยจะดีกว่า ^___^
เอาล่ะ เกริ่นมานาน เปลืองน้ำลาย เริ่มกันเลยดีกว่า
ประสบการณ์แรก ที่จะนำเสนอ เป็นเรื่องของ Visual Basic ครับ ผมเองรู้จักกับมันก็ตอนที่เป็น VB 6.0 แล้ว(ขอเรียก Visual Basic สั้นๆว่า VB ละกันนะครับ)
นับตั้งแต่ VB ออกมา ด้วยการออกแบบและปรับแต่งส่วนประกอบต่างๆ ให้ผู้ใช้สามารถใช้งานได้ง่ายและเข้าถึงฟังก์ชันการทำงานของ windows ได้อย่างสะดวกถึงใจจน ถึงปัจจุบันนี้( ปี 2552- 2009 BC) ซึ่งเป็น Visual Basic.Net แล้ว สามารถบอกได้เลยว่า Visual Basic เป็น Tool ที่ใช้ในการพัฒนาโปรแกรม ที่คนนิยมใช้กันแพร่หลายที่สุด อันหนึ่งเลยก็ว่าได้ เพราะความง่ายตามที่กล่าวมาข้างต้น component ที่มีมาให้ค่อนข้างครบและใช้งานได้ง่าย แถมมีคนทำ custom component เพิ่มเติมอีกเลย ยิ่งสะดวกหนักเข้าไปใหญ่ ในบ้านเราก็ยังมีหนังสือแนะนำ และสอนการใช้งานกันเยอะอีกต่างหาก โปรแกรมที่ผมพัฒนามาแรกๆ ก็เขียนมาจาก Visual Basic (VB) นี่แหละ ยิ่งไปกว่านั้น มันมีอยู่แล้วในโปรแกรม Microsoft Office ด้วยนะครับ แบบเป็น VB Macro หรือไงนี่แหละ เอากับมันเข้าสิ (ไม่ทราบว่า Office 2007 & Office 2010 จะมีกับเขาด้วยไหม ใครรู้ช่วยบอกที
)
จากรูป นี่เป็นหน้าต่างทำงานของ Visual Basic 6.0 นะครับ เก่าไปหน่อย แต่ของใหม่ที่เป็น Dot Net ก็ไม่ต่างจากนี้มากนักหรอก
แต่ทว่า ในความง่ายของมัน ก็มียาขมแฝงอยู่นะ
อย่างแรกเลย ในบางครั้ง Component บางอัน มีวันหมดอายุ (มาได้ยังไงก็ไม่รู้เหมือนกันครับ -*-“) ตัวอย่าง เช่น Listview control ที่อยู่ดีๆ ก็ใช้งานไม่ได้เฉยๆยังงั้นแหละ ทำให้ต้องเริ่มคิดใหม่ว่า จะทำไงดี
อย่างที่สอง อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เดี๋ยวนี้เป็น Dot Net แล้วนะ มาพร้อมกับของใหม่นะ อืม ใช่ ของใหม่ แต่ว่า ยี่ห้อ Microsoft เล็ก นิ่ม เนี่ย เวลาทำของใหม่ออกมาทีไร ของเก่ามัก จะ เข้า กับ ของ ใหม่ ไม่ ได้ เลยทุกทีสิ เอ้า -_- “” นี่ก็เหมือนเดิม พอเป็น Dot Net ปั๊บ เวลาทำโปรแกรมใหม่ จะเอาของเก่ามาใช้งาน ต้องมา convert ใหม่อีกที ซึ่งโดยส่วนใหญ่ ผลที่ได้คือ convert code ไม่ผ่าน เลยเป็นจุดหักเหสำหรับผมเลยว่า มัน ไม่ น่า จะ ไหว แล้ว นะ สำหรับการศึกษา VB.Net เพราะของใหม่ที่ให้มาก็แสนยากเข็ญพอๆกัน แถมตัวเองก็กำลังงมโข่ง หน้ามืดตาลายอยู่ กับ Win 32 API ซึ่งยากเอาเรื่องอยู่แล้ว สรุปก็คือ เลิกคบ กัน กับ dot net แต่ยังแนะนำสำหรับใครที่รัก VB ให้ลองใช้ Visual Studio VB Versions 6.0 ดูก่อน หากใครเป็นแฟนพันธุ์แท้ VB ก็คงตามไปถึง Dot Net กันเองได้อยู่แล้ว ส่วนผม ขอลาครับ
เนื่องจากว่า ผมเองจะเน้น ภาษา C/C++ Win 32 API เป็นหลัก แต่เนื่องจากเคยทำโปรแกรมกับ VB มา เพราะฉะนั้น ผมอาจจะต้องตามหา เทคนิคบางประการที่ทำให้ C กับ VB ทำงานได้คล้ายๆกันหรือว่า ย้ายชุดข้อมูลที่ทำไว้ใน VB มาหา C++ ได้ ซึ่งผมเองคิดว่า มันมีอยู่ แต่ผมยังไปไม่ถึงมัน ก็คงต้องหากันต่อไป
2 รูปข้างบนนี้ เป็นหน้าตาของโปรแกรมเก่าที่ว่านั่นเองครับ เป็นโปรแกรมสต๊อกอันนึง อีกอันนึงก็ทำบัญชี -__-”
ในอนาคตข้างหน้า ผมอาจจะกลับมาเริ่มต้นอีกครั้งกับ Dot Net บ้างก็ได้ ถ้ามันจะช่วยให้งานผมดีขึ้น (อาจจะนะ -_- ) เพราะทาง Microsoft เอง ได้ส่ง Dot Net เข้ามาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของ OS windows รุ่นใหม่ ไปแล้ว ซึ่งก็คือ Windows 7 นั่นเอง ทำให้จำเป็นต้องศึกษามันอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ (-*-“ ชอบนักเชียว เรื่องแบบนี้อ่ะ 555+ )
ไม่เป็นไร เทคโนโลยีมันเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขอเพียงพื้นฐานดี อะไรๆก็คงไม่ยากจนเกินไปหรอกครับ ^___^ ใช้เทคโนโลยีเป็นเครื่องมือเพื่อช่วยให้ชีวิตดีขึ้นเถอะครับ จบครับ.
Leave a Reply


