สวัสดีครับ พบกันใน section ของ C Win32 API เป็นครั้งแรก ซึ่งใน section หรือ หัวข้อนี้ ก็จะบอกเล่าเก้าสิบถึง เรื่องราวของ win 32 Technology ที่อาจล้าสมัยในอนาคต เรียกว่า เล่าถึงอดีต อยู่ก็ไม่ผิด เพราะการเปลี่ยนแปลงที่ค่อนข้างรวดเร็วในวงการคอมพิวเตอร์นี่แหละ
สำหรับเรื่องนี้ ผู้ที่ครองความเป็นเจ้าตลาด ก็คงหนีไม่พ้น บริษัท ไมโครซอฟท์ล่ะ ซึ่งแทบจะทุกผลิตภัณฑ์ใหม่ที่ออกมาก็มักจะทำให้ผู้ใช้งานและนักพัฒนาต้องเหนื่อยอยู่เสมอ ในการปรับตัวให้เข้ากับ ระบบการทำงานของโปรแกรมรุ่นใหม่ๆ เลยก็ว่าได้ -_- “
เพิ่มเติม: ทุกวันนี้ สำหรับ vista ก็ไม่เป็นที่นิยมนัก เพราะมีแต่คนใช้ xp หน้ากาก vista กันซะงั้นล่ะ เลยยังวางใจได้ว่า เทคโนโลยี ยังไม่ล้าสมัย แต่ที่มาแรงในตอนนี้ ดูเหมือนจะเป็นระบบออนไลน์ ต่างๆ ที่มีแนวโน้มว่า กูเกิล จะครองความเป็นเจ้าตลาดแทนเสียแล้วล่ะ!!! แถมตอนนี้ เทรนด์ smart phone กำลังมาแรงเสียอีก จะไหวไหมล่ะเนี่ย – -“
เพิ่มเติม2: ณ ปี ปัจจุบันที่เขียนบทความนี้(2009) มี windows ที่ออกต่อจาก Vista แล้ว ชื่อว่า Windows 7 ว่ากันว่าเป็น Vista ที่ทำเสร็จแล้ว -__-“ คาดว่าคนค่อนโลก เตรียมจะเปลี่ยนจาก xp มาเป็น 7 มากกว่าครับ แต่ไม่รู้เหมือนกันว่า แนวทางการเขียนโปรแกรมจะเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมหรือไม่ เพราะไม่ได้ติดตามข่าวเลย แต่ดูแล้วหน้าตาเปลี่ยนไปเยอะพอสมควรเหมือนกัน เมื่อเทียบกับ Vista นะ
ที่สำคัญกว่านั้น ก็คือ มี OS ใหม่ อย่างน้อย 2 ตัว ที่ทำท่าทางจะเข้ามาแย่งส่วนแบ่งการตลาด(อีกแล้ว) คือ Andriod กับ Google chrome Os แถมตัวแรก สามารถใช้ได้ทั้งบนมือถือและบน desktop อีกด้วย ก็ต้องคอยติดตามดูกันต่อไปล่ะ
เอาล่ะ ผมพูดออกทะเลไปไกลถึง บิลเกตส์ และผองเพื่อนซะงั้นแหละ กลับมาที่ win 32 technology กันดีกว่า ทุกวันนี้ เราใช้งานระบบคอมฯ ในรูปแบบของการติดต่อผู้ใช้แบบกราฟฟิก กันเกือบทั้งนั้น โดย OS ที่ครองความเป็นเจ้าตลาดก็คือ … [ก็บริษัทข้างบน ที่บ่นๆไปนั่นแหละ ] Microsoft windows ไง ซึ่งระบบพื้นฐานใน OS เราเรียกมันว่าระบบ win32 ในอดีตมีการส่งคู่มือเล่มหนาๆมาชุดนึง เพื่อให้นักพัฒนาที่ทำมาหากินกับ ระบบ Windows ได้ใช้มันในการทำให้โปรแกรมของตัวเองติดต่อกับ windows ได้ โดยใช้คำสั่งในคู่มือนั้น ซึ่งเรียกกันว่า ชุดคำสั่ง Win32 API[Application Programming Interface] ที่เขียนขึ้นด้วยภาษา C ครับ ส่วนใหญ่นักพัฒนาจะรู้จักคู่มือนี้ ในชื่อ Win32 SDK เสียมากกว่า และก็กลายเป็นมาตรฐานในการพัฒนาโปรแกรมในระบบอื่นๆด้วย เช่นกัน
เพราะว่า ในโลกนี้ ไม่ได้มีแค่คนใช้ windows เพียงอย่างเดียว ยังมีผู้ใช้ OS อื่นๆอีกด้วย ในตอนนี้ ยังไม่นับ OS มาใหม่ ที่กล่าวถึงในบรรทัดบนๆโน้นนะ แต่คิดว่าในอีก 2-3 ปีข้างหน้า คนอาจจะใช้ OS ใหม่ๆพวกนี้ เพิ่มขึ้นมากก็ได้ ถ้ามันเจ๋งพอ ซึ่ง OS อื่นๆที่คนนิยมใช้กันอยู่ก็ได้แก่
1. Linux สายพันธุ์ต่างๆ ที่มีชื่อหน่อยก็ Ubuntu , Red Hat , Debian ฯลฯ
2. Mac OS X ตัวนี้ เป็นญาติห่างๆกับ Linux ขายมาพร้อมกับเครื่อง Mac ราคาเหมาะสมกับผู้นิยมความสวยงาม เท่ มีรสนิยมและคิดว่า มันเข้ากันได้ดีกับการใช้ชีวิต(ค่ายนี้เน้น Design สวย ใช้งานได้กลมกลืนกับวิถีชีวิตล่ะ – -“ )
ถ้าหากว่า ผู้ใช้ OS ที่เหลือเหล่านี้ อยากได้โปรแกรมที่สามารถใช้งานได้แบบเดียวกับ ใน windows นั่นหมายความว่า นักพัฒนาฯจะต้องทำให้โปรแกรมของตัวเองให้สามารถเรียกใช้งานคำสั่งตามโครงสร้างที่แต่ละระบบปฏิบัติการได้วางเอาไว้ให้ได้ ซึ่งโครงสร้างก็มักหนีไม่ค่อยจะพ้น ภาษา C สักเท่าไหร่นัก แทบจะเรียกได้ว่า จะเป็นมาตรฐานของนักพัฒนาโปรแกรมในแต่ละระบบ(Platform)กันอยู่แล้ว ผลที่ได้จากเรื่องนี้ ก็คือ เราจะมีโปรแกรมประยุกต์(Application) ที่มา จากบริษัท ผู้ผลิตเดียวกัน แต่มี 2 ถึง 3 Versions ของโปรแกรม กล่าวคือ มี version ของ windows , Linux หรือ Mac เพราะแต่ละระบบเขียน API เอาไว้ไม่เหมือนกัน เรื่องแบบนี้ ไม่ใช่แค่ โปรแกรมเท่านั้น ยังรวมไปถึงการมี driver สำหรับ Hardware ใหม่ๆด้วยเช่นเดียวกัน
สำหรับปัจจุบันนี้(2009-2010) จะมีระบบ Class ครอบคำสั่งต่างๆเหล่านี้เอาไว้อีกชั้นหนึ่ง เพื่อให้นักพัฒนารุ่นใหม่ๆทำงานได้ง่ายขึ้น
ใครที่หลวมตัว เข้ามาอ่านถึงตรงนี้ น่าจะเริ่มรู้ตัวเองได้แล้วว่า ไม่น่าใช่ User ธรรมดาทั่วๆไป ที่แค่เปิดคอมเป็น ปิดคอมได้ ดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกมได้ เพราะสิ่งที่จะบอกเล่ากันให้ฟังต่อจากนี้ คือ การหัดเขียนโปรแกรม เพื่อสั่งงานคอมพิวเตอร์ เพียงแต่ว่า มันขึ้นกับ OS ที่คนใช้งานกันอยู่แพร่หลายทั่วไป เท่านั้นเอง
ในโอกาสหน้า ผมจะมาบอกเล่าให้ฟังว่า ภาพรวมของการเขียนโปรแกรมกับ win32 API นั้น ต้องรู้อะไรบ้าง แต่แน่ล่ะ ที่นี่ เป็นที่บันทึกรายละเอียด Tip Technics การทำงานกับ win32 API ด้วย C เท่านั้น ผมคงบอกเล่าได้เฉพาะสิ่งที่ทำให้ผมติดปัญหาและการแก้ปัญหาเหล่า นั้น มากกว่า ถ้าอยากรู้มากกว่านี้ ต้องลองทำเอง และศึกษาเองดูครับ
Leave a Reply



